Self-sufficiency / Sustainability / Jewellery / Aesthetics (TH)

Published by

on

ทุกวันนี้ “พลาสติก” มีภาพจำในแง่ลบว่าเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำลายสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศทางธรรมชาติ แม้เดิมทีความตั้งใจในการคิดค้นพลาสติกนั้นเป็นไปเพื่อแก้ปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าในการผลิตถุงกระดาษ และลดการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเพื่อผลิตเป็นสินค้าประเภทต่างๆ ซึ่งนับว่าในอดีต “พลาสติก” นั้นเกิดขึ้นเพื่อใช้เป็นวัสดุทดแทนที่ช่วยให้ “ธรรมชาติ” ไม่ถูกเบียดเบียนจากมนุษย์มากจนเกินไป

แต่ปัจจุบัน “พลาสติก” กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกต้องตระหนักถึง เนื่องจากผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตัวบุคคลในสถานการณ์ปัจจุบันและต่อลูกหลานที่ต้องแบกรับปัญหาที่ตามมาในอนาคต การรณรงค์งดแจกถุงพลาสติกตามร้านค้าหรือภาพโฆษณาเชิญชวนให้หันมาใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จึงกลายเป็นภาพจำที่พบเห็นอย่างแพร่หลาย

หนึ่งในกลุ่มคนที่มีส่วนรับผิดชอบต่อการใช้สอยพลาสติกคือเหล่านักออกแบบ ผู้กำหนดแนวทางการใช้วัสดุเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแต่งกาย สิ่งของเครื่องใช้ เฟอร์นิเจอร์ ตลอดจนสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ทำให้นักออกแบบจำนวนหนึ่งมีวิธีคิดที่จะนำ “การออกแบบ” มาใช้เป็นวิธีในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

เช่นเดียวกับผลงานศิลปะเครื่องประดับของ อรอุมา วิชัยกุล ที่เล็งเห็นปัญหาการใช้ถุงพลาสติกในปริมาณมากเกินจำเป็น ซึ่งมีผลเสียต่อสภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่ของมนุษย์ทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยเธอได้พัฒนารูปลักษณ์และหยิบยกคุณสมบัติของพลาสติกมาพัฒนาในฐานะวัสดุใหม่ในกระบวนการสร้างสรรค์งานเครื่องประดับที่ผสมผสานกับเส้นใยจากธรรมชาติ เพื่อมุ่งเน้นให้ผู้สวมใส่หรือผู้พบเห็นได้พิจารณาถึงการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า โดยคำนึงถึงความยั่งยืนต่อสภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน

ถุงพลาสติกทุกใบที่อรอุมาใช้ได้มาจากการขอรับบริจาค ณ หอพักของตน ซึ่งสมาชิกร่วมที่พักอาศัยต่างให้ความร่วมมือในการนำถุงพลาสติกเหลือใช้มาใส่ไว้ในกล่อง หลังการพิจารณาคุณสมบัติและแบ่งแยกประเภท อรอุมาเริ่มทดลองกรรมวิธีแปรรูปถุงพลาสติกผ่านการเทียบเคียงไปกับเทคนิคการขึ้นรูปในงานเครื่องประดับ (Jewelry Making Techniques)

เริ่มจากการวิธีอบอ่อน (Annealing ในภาษาเครื่องประดับ) หรือการให้ความร้อนจนพลาสติกหลอมละลาย ซึ่งช่วยดึงคุณสมบัติในการยึดเกาะและประสานวัสดุต่างประเภทเข้าด้วยกัน และใช้เทคนิคการรีดแผ่น (Rolling) เพื่อสร้างมิติเป็นชั้นแบบสลับขั้นกันไปมาระหว่างพลาสติกและเส้นใยธรรมชาติ ซึ่งเส้นใยธรรมชาตินี้เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้แผ่นวัสดุสร้างระดับสีสันที่แตกต่างกันได้

พัฒนาต่อในงานเครื่องประดับร่วมสมัย แม้ว่าเครื่องประดับในความเข้าใจของคนทั่วไปและตามธรรมเนียมปฏิบัติมักถูกรังสรรค์ขึ้นจากวัสดุมีค่าและความเชี่ยวชาญเฉพาะของช่างฝีมือ แผ่นพลาสติกประยุกต์นี้อาจไม่ใช่วัสดุมีราคา แต่เมื่อถูกปฏิบัติด้วยเทคนิคพื้นฐานทางงานเครื่องประดับ ย่อมก่อให้เกิดมิติการสร้างสรรค์ชิ้นงานที่แหวกขนบและแตกต่างไปจากเดิม

จากนั้นอรอุมาใช้เทคนิคการเลื่อยฉลุ (Sawing) เพื่อให้ได้มาซึ่งวัสดุตามรูปร่างที่ต้องการ และพัฒนาเป็นรูปทรงกึ่งสามมิติที่สามารถแสดงศักยภาพในฐานะงานเครื่องประดับได้ โดยอ้างอิงทฤษฎีการจัดองค์ประกอบทางศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นความเข้าใจในเรื่องสัดส่วน (Proportion) จังหวะ (Rhythm) และการซ้ำ (Repetition) โดยนอกจากหน้าที่ใช้สอยสำหรับประดับร่างกายเพื่อความสวยงามภายนอกแล้ว เครื่องประดับชิ้นนี้ยังตกแต่งจิตใจให้ผู้สวมใส่ตระหนักถึงคุณค่าภายในที่แท้จริงด้วย

Remaining;

The design process which emphasises respecting the geography and maximising existing natural resources


Efficiency;

to integrate production technology adequately in order to increase the potential of the available resources


Creation;

the knowledge collaboration which encourage the connection between jewellery piece, person, and environment


เครื่องประดับชุดนี้เป็นการแสดงศักยภาพของนักออกแบบไทยในสายงานเครื่องประดับ ที่ได้ศึกษาและพัฒนาวัสดุเหลือใช้อย่างถุงพลาสติกให้เกิดคุณค่าในบริบทใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพให้กับคุณสมบัติและภาพจำเดิมของเส้นใยธรรมชาติ อีกทั้งยังสร้างและนำเสนอวัสดุใหม่ให้กับวงการ เพื่อขยายขอบเขตของวัสดุที่ไม่เฉพาะเจาะจงแค่โลหะมีค่า แต่ยังเป็นการตั้งคำถามถึง “มูลค่า” และ “คุณค่า” ของเครื่องประดับแนวทางใหม่ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับรสนิยมและวิธีคิดของผู้คนในปัจจุบัน

*หากสนใจงานเครื่องประดับอื่นๆ ของอรอุมา สามารถติดตามเธอได้ที่ Instagram account  @onn.wichaikul 

Leave a comment